‘ลูกากู’ คือความล้มเหลว

โรเมลู ลูกากู กองหน้าผิวสีชาวเบลเยี่ยม ที่ได้ย้ายมาค้าแข้งในประเทศอังกฤษอย่างรวดเร็วด้วยวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น หลังจากที่เขาเริ่มต้นการเป็นนักเตะอาชีพกับทีมชุดใหญ่ของอันเดอร์เลช ทีมดังของประเทศเบลเยี่ยมตั้งแต่ที่มีอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น แต่กลับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับทีมดังของประเทศใน 2 ฤดูกาลติดต่อกัน ทำให้ตอนนั้นทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ทีมชั้นนำของอังกฤษคว้าตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวรวมถึง 20 ล้านปอนด์ แต่เขาก็ได้โอกาสลงสนามในสีเสื้อของเชลซีเพียง 15 นัดเท่านั้นตลอด 3 ปีที่เขามีสัญญาอยู่ในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ โดยเขาถูกปล่อยยืมตัวไปถึง 2 ฤดูกาล โดยเป็นทางเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน และเอฟเวอร์ตันยืมตัวไปใช้งาน และเป็นทีม “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” ที่ถูกใจในผลงานของกองหน้าร่างใหญ่ ทำให้ตัดสินใจทุ่มเงิน 28 ล้านปอนด์ คว้าตัวมาร่วมทีมแบบถาวร และหลังจากนั้นมาเขาก็เป็นหัวหอกคนสำคัญของทีมเอฟเวอร์ตันมาโดยตลอด ซึ่งเขาทำประตูได้เพิ่มขึ้นทุกฤดูกาลในถิ่นกูดิสัน ปาร์ค ก่อนที่เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้วจะถูกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังของเกาะอังกฤษทุ่มเงินถึง 75 ล้านปอนด์คว้าตัวมาร่วมทีม ซึ่งหากรวมออปชั่นต่างๆ แล้วอาจจะสูงถึง 90 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

            ฤดูกาลแรกของโรเมลู ลูกากู ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ถือว่าทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว เมื่อเขาช่วยทีมทำได้ถึง 27 ประตูในทุกรายการ ซึ่งประตูรวมของเขาก็มากขึ้นกว่าตอนอยู่กับเอฟเวอร์ตันเสียด้วยซ้ำ แต่จำนวนประตูในลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วทำได้เพียง 16 ประตู ซึ่งถือว่าน้อยไปหน่อยกับกองหน้าของทีมรองแชมป์พรีเมียร์ลีก และเขาก็ไปทำผลงานได้ดีในศึกฟุตบอลโลกกับทีมชาติเบลเยี่ยมอีกด้วย เมื่อทำได้ถึง 4 ประตู และคว้ารางวัลบรอนซ์ บูต หรือดาวซัลโวอันดับ 3 ของฟุตบอลโลกมาครองนั่นเอง ซึ่งน่าจะเพิ่มความมั่นใจให้เขาต่อจากนี้ด้วยซ้ำ

            แต่ในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา ฟอร์มของกองหน้าร่างใหญ่รายนี้กลับทำได้น่าผิดหวังเป็นอย่างมาก ทั้งจังหวะการจับบอลที่เป็นปัญหาของเขามาโดยตลอด รวมถึงการทำประตูที่ก็ไม่เฉียบขาดเหมือนเดิมอีก ทำให้เขาถูกโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสดร็อปไปเป็นตัวสำรองอยู่หลายนัดเลยทีเดียว ทั้งๆ ที่ทีม “ปีศาจแดง” มีกองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่กลับทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง จนถึงตอนนี้ถือว่าเป็นการซื้อที่ผิดพลาดเลยก็ว่าได้

Bookmark the permalink.

Comments are closed