บทบาทของเฟร็ด

     การย้ายมาสู่ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดของเฟร็ด กองกลางทีมชาติบราซิลจากชัคต้าร์ โดเน็ตส์ด้วยค่าตัวสูงถึง 50 ล้านปอนด์นั้น แน่นอนว่าทางโชเซ่ มูรินโญ่ จะต้องให้เขาลงสนามเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน แต่คำถามก่อนเริ่มฤดูกาลที่ผ่านมาก็คือว่ากุนซือชาวโปรตุกีสจะให้กองกลางทีมชาติบราซิลชุดลุยฟุตบอลโลกที่ผ่านมาเล่นในบทบาทไหน หรือว่าให้ลงแทนใคร ซึ่งจากช่วงของการอุ่นเครื่องที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นแน่ชัดนัก เนื่องจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่ได้เล่นในรูปทรงเกมที่พวกเขาจะใช้ในฤดูกาลนี้เลย แต่ว่าเป็นการเล่นแบบรถบัสในหลายๆ นัดที่ทำการอุ่นเครื่อง โดยเฉพาะนัดที่พบกับบาเยิร์น มิวนิคที่เป็นนัดสุดท้ายของการพรีซีซั่น ที่พวกเขาไม่ได้ทำการบุกใส่คู่แข่งเลยตลอด 90 นาที ทำให้ไม่ได้เห็นวิธีการเล่นของเฟร็ดอย่างชัดเจนมากนัก

แต่พอมาในนัดเปิดฤดูกาลที่โชเซ่ มูรินโญ่วางหมากมาในระบบ 4-3-3 ที่มีกองกลาง 3 คนประกอบไปด้วยปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์โลก อันเดรส เปไรร่า กองกลางชาวบราซิเลี่ยนที่ถูกดัดแปลงมาจากการเล่นกองกลางตัวรุกมาก่อน และเฟร็ดซึ่งทำหน้าที่คอยวิ่งไล่ตัดเกมคู่แข่ง และเป็นคนวิ่งเข้าหาบอลเป็นคนแรกตลอดในแดนกลางของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยมีปอล ป็อกบาคอยสอดประสาน และให้อันเดรส เปไรร่าเป็นคนคอยตัดดักบอลก่อนหลุดไปถึงเขตโทษ ซึ่งก็คือรับหน้าที่เหมือนเอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางของเชลซีในยามที่เล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศสนั่นเอง ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ให้กับปอล ป็อกบา กองกลางคนสำคัญของทีมมากที่สุด เพื่อที่จะให้ป็อกบาผ่อนแรงในเกมรับลง และเอาแรงไปให้ในการปั้นเกมรุกมากขึ้น ส่วนเฟร็ดเวลาได้บอลก็จะรีบออกบอลเร็วทันที หากมีเพื่อนร่วมทีมอยู่ใกล้ๆ หรืออาจจะมีวางบอลยาวบ้าง หากว่ากองหน้าของทีมอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบ หรือว่าประกบกันแบบ 1-1

จากนัดอย่างเป็นทางการที่ผ่านมาถือว่ากองกลางวัย 25 ปีทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว ถึงแม้ว่าจะมีการจ่ายบอลพลาดไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น และมันก็ไม่ได้เสียหายจนถึงเสียประตูแต่อย่างใด ซึ่งอาจจะต้องให้เวลาในการปรับตัวเข้ากับระบบการเล่น และกับเพื่อนร่วมทีมอีกซักระยะ รวมถึงจังหวะบอลที่เร็วขึ้นของศึกพรีเมียร์ลีกด้วย แต่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่สอบผ่านทีเดียวสำหรับเขา แต่นัดต่อๆ ไปเราอาจจะได้เห็นมิติของกองกลางรายนี้มากกว่านี้ก็ได้

 

Bookmark the permalink.

Comments are closed