ความชำนาญของ “เอ็ด”

            เอ็ด วู๊ดเวิร์ด ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่แฟนๆ ต่างเข้าใจกันว่าเขาเป็นคนที่จะคอยเจรจาซื้อขายตัวนักเตะในยามที่กุนซือของทีมได้ให้ลิสต์รายชื่อนักเตะที่ต้องการได้มาร่วมทีม ซึ่งการเจรจาจะสำเร็จหรือล้มเหลวจะขึ้นอยู่กับเขาคนเดียวเท่านั้น หากว่าได้งบประมาณจากตระกูลเกลเซอร์ที่เป็นเจ้าของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแล้ว

แต่จากการติดตามการทำงานของวู๊ดเวิร์ดที่เคยทำงานเกี่ยวกับด้านภาษีมาก่อนจะเก่งไปในทางหาเงินเข้าสโมสรมากกว่าที่จะเจรจาซื้อตัวนักเตะมาร่วมทีม โดยเขาหาสปอนเซอร์มาสนับสนุนทีม “ปีศาจแดง” ได้อย่างมากมาย ทั้งในเรื่องของชื่อสนามซ้อม สปอนเซอร์บนหน้าอกเสื้อ และป้ายสปอนเซอร์ที่อยู่ในสนามเวลาลงแข่งขันด้วย ซึ่งเขาหาเงินเข้าสู่สโมสรได้ดีมาโดยตลอดตั้งแต่มารับตำแหน่งแทนที่เดวิด กิลล์เมื่อปี 2012 แต่ในเรื่องของการเจรจาซื้อตัวนักเตะนั้นเขากลับทำได้อย่างล่าช้า ถึงแม้ว่าจะได้นักเตะตามเป้าหมายที่เหล่ากุนซือต้องการมาโดยตลอดก็ตาม อย่างกรณีของโรเมลู ลูกากูเมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว ที่เหมือนพวกเขาจะไปปาดหน้ามาจากเชลซีได้ แต่ภายหลังมีการออกมาเปิดเผยว่าพวกเขาเจรจากับทางเอฟเวอร์ตันมาตั้งหลายเดือนแล้ว กว่าจะมาลุล่วงก็ในช่วงกลางปีพอดี และในรายของเฟร็ด กองกลางคนล่าสุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเช่นกัน ที่มีการเจรจามาตั้งแต่เดือนมกราคมแล้ว

สิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่มีเหมือนทีมอื่นๆก็คือสปอร์ต ไดเร็คเตอร์ หรือผู้อำนวยการกีฬาที่จะคอยเจรจาซื้อตัวนักเตะ รวมถึงจะสรรหานักเตะมากความสามารถเข้าสู่สโมสรด้วย อย่างมอนชี่ ผู้อำนวยการกีฬาของทางโรม่า ที่ได้รับการยอมรับว่าหานักเตะดาวรุ่งได้เก่งที่สุดในโลก ส่วนเชลซีก็เคยมีไมเคิ่ล เอเมนาโล่ ที่เคยมีปัญหากับอันโตนิโอ คอนเต้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ตอนนี้ไปทำงานกับโมนาโกเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตำแหน่งนี้จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านฟุตบอลโดยตรง ซึ่งต่างจากเอ็ด วู๊ดเวิร์ด ที่เหมือนกำลังทำงานควบกัน 2 ตำแหน่ง ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานน้อยลงไปด้วย ซึ่งทีมฟุตบอลสมัยใหม่ควรจะต้องมีตำแหน่งสำคัญตำแหน่งนี้ ซึ่งหลายๆ สโมสรยักษ์ใหญ่ก็เริ่มก่อตั้งตำแหน่งนี้กันมาซักพักแล้ว ซึ่งจะเห็นได้เลยว่าทีมที่มีผู้อำนวยการกีฬาจะซื้อนักเตะได้ค่อนข้างเข้าตาแฟนบอลโดยตลอด ซึ่งตำแหน่งนี้จะมีหน้าที่คุยกับผู้จัดการทีมว่าต้องการนักเตะประเภทไหนถึงจะไปสรรหามาให้ ซึ่งจะเป็นการพูดคุยกันในภาษาฟุตบอลมากกว่ามาคุยกับซีอีโอของสโมสรอย่างแน่นอน และเป็นสิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดควรจะมีในเร็วๆ นี้

Bookmark the permalink.

Comments are closed