ขอพื้นที่ให้ ‘เอร์เรร่า’

ข่าวฟุตบอลโดย live22vip.net อันเดร์ เอร์เรร่า กองกลางชาวสเปน ถือว่าเป็นนักเตะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปคว้าตัวมาจากแอตเลติก บิลเบา ทีมดังในประเทศสเปนมาตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งก่อนหน้านั้นมีข่าวว่าทีม “ปีศาจแดง” ต้องการนักเตะรายนี้มาร่วมทีมก่อนแล้ว แต่การเจรจาไม่ลงตัว และเวลาไม่เพียงพอ ทำให้ตลาดซื้อขายนักเตะปิดตัวลงไปก่อนในช่วงต้นปี 2014 แต่หลังปิดฤดูกาลนั้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ทำการทุ่มเงินจ่ายค่าฉีกสัญญา 36 ล้านยูโร คว้าตัวมาร่วมทีม ซึ่งเขาถือว่าเป็นตัวหลักในแดนกลางของทีมมาตลอดในยุคของหลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ และในยุคของโชเซ่ มูรินโญ่ช่วงฤดูกาลแรกด้วย โดยเขาได้เล่นร่วกับปอล ป็อกบาโดยตลอดในฤดูกาลแรก ซึ่งผลานของเขาโดดเด่นเป็นอย่างมาก และแฟนบอล “เรด อาร์มี่” ก็รักเขามากเช่นกัน และมีแต่คนเชียร์ให้โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสของทีมแต่งตั้งเขาเป็นกัปตันทีมคนใหม่ด้วยในช่วงที่ยังไม่มีกัปตันทีมแบบถาวรก่อนหน้านี้ แต่แล้วกลับมีจุดเปลี่ยนเกิดขึ้น

            เมื่อช่วงก่อนเริ่มฤดูกาลที่แล้ว กุนซือวัย 55 ปีก็ได้ตัดสินใจไปคว้าตัวเนมานย่า มาติช กองกลางตัวรับทีมชาติเซอร์เบียที่ตอนนั้นอยู่ในวัย 29 ปีมาร่วมทีม ด้วยค่าตัวถึง 40 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นลูกน้องคนโปรดของโชเซ่ มูรินโญ่ตั้งแต่สมัยคุมทีมเชลซีด้วย ทำให้เขาได้กลายเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งกองกลางตัวรับทันที ทั้งๆ ที่ฤดูกาลก่อนหน้านั้นอันเดร์ เอร์เรร่า ถือว่ามีบทบาทสำคัญมากที่ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสามารถคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีกได้สำเร็จ แต่อย่างน้อยเมื่อฤดูกาลที่แล้วกองกลางวัย 29 ปีก็ได้ลงสนามไปเกือบ 40 นัด ถึงแม้ว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวสำรองซะหลายนัดก็ตาม แต่อย่างน้อยเขาก็มีบทบาทกับทีม โดยเฉพาะกับเกมใหญ่ ที่เขามักจะได้รับมอบหมายให้ตามประกบดาวเตะคนสำคัญของคู่แข่งโดยตลอด ซึ่งเอร์เรร่ามักทำได้ดีเสมอ

            ในส่วนของฤดูกาลนี้ที่ผลงานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่ดีนัก แต่ในยามที่อดีตนักเตะของเรอัล ซาราโกซ่าลงสนาม เขาก็ยังคงมั่งมั่นทุ่มเทเพื่อทีมอยู่เสมอ และหากดูจากสถิติต่างๆ จะเห็นได้ว่าอันเดร์ เอร์เรร่า เป็นหัวใจในการแย่งบอล หรือว่าตัดเกมคู่แข่งอยู่ตลอด ซึ่งโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสควรที่จะให้เขาลงสนามมากกว่านี้ในช่วงที่เหลือของฤดูกาล เพราะสถิตินั้นไม่เคยโกหกใคร ว่ากองกลางรายนี้สามารถช่วยทีมได้มากที่สุดในยามลงสนามนั่นเอง

Bookmark the permalink.

Comments are closed