กองหน้าสำรอง

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในยุคของเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน ยอดกุนซือของสโมสรี่เคยใช้ระบบ 4-4-2 เป็นหลัก ซึ่งจะเป็นระบบที่จะใช้กองหน้า 2 คนในแต่ละนัด และทำให้กุนซือชาวสก็อตแลนด์จะต้องมีผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าอยู่ในทีมประมาณ 4 คนในแต่ละฤดูกาล เหมือนอย่างตอนที่พวกเขาคว้าทรีเบิ้ล แชมป์ได้สำเร็จในฤดูกาล 1998-1999 ที่พวกเขามีแอนดี้ โคล กับดไวต์ ยอร์ค เป็นกองหน้าตัวจริง และมีโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กับเท็ดดี้ เชอร์ริ่งแฮมเป็นตัวสำรอง และหลังจากนั้นมาก็จะมีกองหน้าอยู่ในทีมประมาณ 4 คนมาโดยตลอด แต่พอมายุคสมัยนี้ฟุตบอลมักจะหันมาใช้ระบบกองหน้าตัวเดียว ซึ่งนิยมใช้ระบบ 4-2-3-1 หรือว่าระบบ 4-3-3 ก็ตาม ก็จะใช้กองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียวเท่านั้น ทำให้แต่ละทีมก็จะมีกองหน้าตัวเป้าอยู่ในทีมในแต่ละฤดูกาลเพียง 2-3 คนเท่านั้น แต่หากมองไปที่ชุดผู้เล่นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตอนนี้จะเห็นได้ว่าพวกเขามีกองหน้าตัวเป้าที่แท้จริงอยู่ในทีมเพียงคนเดียวเท่านั้น คือโรเมลู ลูกากู กองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมนั่นเอง ส่วนนอกนั้นล้วนเป็นกองหน้ากึ่งปีกทั้งหมด

ในทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ชุดนี้นอกจากโรมลู ลูกากูที่เล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าโดยธรรมชาติแล้ว ก็ไม่มีกองหน้าธรรมชาติอีกเลย จะมีก็แต่อ็องโตนี่ มาร์กซิยัล ดาวเตะชาวฝรั่งเศสที่พอจะเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าได้ แต่ก็ไม่ใช่ตำแหน่งถนัดของเขาแต่อย่างใด รวมถึงมาร์คัส แรชฟอร์ดก็เช่นกัน ที่ถนัดในการเล่นเป็นตัวริมเส้นมากกว่า ซึ่งทั้ง 2 คนอันที่จริงก็พอจะเล่นเป็นกองหน้าได้ แต่ไม่ใช่กับระบบของโชเซ่ มูรินโญ่ ที่จะใช้กองหน้าตัวเป้าในการพักบอลหรือเก็บบอล ทั้งมาร์กซิยัล กับแรชฟอร์ดจะเหมาะกับการเล่นเป็นกองหน้าตัวเสริม หรือต้องมีคู่กองหน้าเป็นพาร์ทเนอร์ด้วยมากกว่า ทำให้ปัญหาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือการที่ไม่มีกองหน้าตัวเป้าที่เป็นตัวสำรองเลยแม้ต่รายเดียว ซึ่งหากว่าดาวยิงชาวเบลเยี่ยมเกิดบาดเจ็บขึ้นมา หรือในนัดที่ต้องการพักตัวผูเล่น ทีมจะต้องประสบปัญหาอย่างแน่นอน ซึ่งแฟนบอลก็ได้เห็นมาแล้วในนัดเปิดสนามที่พบกับเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ในช่วงเวลาที่มาร์คัส แรชฟอร์ดลงสนามในตำแหน่งกองหน้า เขาไม่สามารถเก็บบอลได้เลย ทำให้ทีมต้องลงเป็นฝ่ายตั้งรับตลอด แต่พอส่งโรเมลู ลูกากูลงสนาม เขาสามารถช่วยทีมได้ทันที และทำให้ทีมหาโอกาสทำประตูได้ดีขึ้นด้วย

บทความโดย 918kiss

Bookmark the permalink.

Comments are closed